ลามิเนต HPL กับ คอมแพคลามิเนต ต่างกันอย่างไร?
เวลาออกแบบหรือเลือกซื้อ โต๊ะห้องแล็บ หนึ่งในคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยคือ ท็อปโต๊ะควรเลือกเป็น ลามิเนต HPL หรือ คอมแพคลามิเนต ดี?
ทั้งสองวัสดุเป็นลามิเนตเหมือนกัน ผิวสัมผัสและหน้าตาคล้ายกันมากในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วโครงสร้างด้านในต่างกันพอสมควร และความต่างนี้ส่งผลโดยตรงกับ ความทนทาน อายุการใช้งาน และความเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจวัสดุทั้งสองชนิดแบบง่าย ๆ เพื่อช่วยให้เลือกท็อปโต๊ะได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น
HPL (High Pressure Laminate) เป็นวัสดุปิดผิวที่พบได้บ่อยมากในเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะเรียน ตู้สำนักงาน เคาน์เตอร์ต่าง ๆ ลามิเนตชนิดนี้ผลิตจากกระดาษหลายชั้นที่ถูกอัดด้วยแรงดันและความร้อนสูง จนกลายเป็นแผ่นผิวที่แข็งแรง ทนรอยขีดข่วน และสามารถพิมพ์ลวดลายได้หลากหลาย เช่น ลายไม้ ลายหิน หรือสีพื้น แต่สิ่งสำคัญคือ HPL ไม่ได้เป็นแผ่นโครงสร้างด้วยตัวเอง โดยทั่วไปจะต้องนำไป ปิดทับบนวัสดุแกนไม้ เช่น MDF, Particle board หรือไม้ HMR (High Moisture Resistance) ซึ่งเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดีกว่าไม้ทั่วไป *โต๊ะแล็บของ NSB OFFICE ใช้ไส้ในเป็น HMR
โครงสร้างของท็อปโต๊ะประเภทนี้จึงประกอบด้วย
ชั้นเคลือบผิวกันรอย
กระดาษตกแต่ง (Decor Paper)
แผ่นลามิเนต HPL
และแกนไม้ด้านใน
เนื่องจากมีแกนไม้เป็นโครงสร้างหลัก ขอบของแผ่นโต๊ะจึงต้อง ปิดขอบ PVC เพื่อป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมเข้าไปด้านใน
Compact Laminate เป็นวัสดุในตระกูลเดียวกับลามิเนต แต่มีโครงสร้างที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน แทนที่จะใช้ลามิเนตเป็นเพียงแผ่นปิดผิว คอมแพคลามิเนตถูกผลิตจาก กระดาษคราฟท์จำนวนมากหลายชั้น ที่นำมาอัดด้วยแรงดันและความร้อนสูงมาก พร้อมกับเรซินเป็นตัวประสาน
ผลลัพธ์คือได้วัสดุที่ แข็งแน่นเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น ต่างจาก HPL ที่มีแกนไม้ด้านใน เพราะคอมแพคลามิเนต ไม่มีแกนไม้เลย ขอบของแผ่นจึงมักเห็นเป็นสีเข้มหรือสีดำ ซึ่งเป็นลักษณะของชั้นกระดาษคราฟท์ที่ถูกอัดแน่นอยู่ภายใน ด้วยโครงสร้างแบบนี้ ตัววัสดุจึงมีความแข็งแรงสูง ทนความชื้น และไม่จำเป็นต้องปิดขอบ PVC
แม้ผิวด้านบนจะดูคล้ายกัน แต่ความต่างหลัก ๆ อยู่ที่ โครงสร้างของแผ่น ลามิเนต HPL เป็นวัสดุปิดผิวที่ต้องใช้แกนไม้เป็นโครงสร้างหลัก ส่วนคอมแพคลามิเนตเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างแข็งทั้งแผ่นตั้งแต่กระบวนการผลิต
ความแตกต่างนี้ส่งผลกับการใช้งานหลายด้าน เช่น
ความทนต่อความชื้น
ความแข็งแรงของขอบแผ่น
ความทนทานต่อการใช้งานหนัก
หากขอบของแผ่น HPL เสียหายหรือมีน้ำซึมเข้าไปในแกนไม้ อาจเกิดการบวมได้ในระยะยาว ในขณะที่คอมแพคลามิเนตแทบไม่เจอปัญหานี้ เพราะไม่มีส่วนที่เป็นไม้ อีกจุดหนึ่งคือเรื่องขอบของแผ่น คอมแพคลามิเนตสามารถโชว์ขอบวัสดุได้โดยตรง ส่วน HPL จำเป็นต้องปิดขอบด้วย PVC เพื่อป้องกันความเสียหายของแกนไม้